1199 Panigale

3rd May 2012

การนำเสนอ 1199 Panigale ใน Scoop คราวนี้ต้องบอกว่ารายละเอียดเยอะมากครับ ทีมงาน Ducati Thailand จึงขอนำเสนอเทคโนโลยีำสำคัญๆของ 1199 Panigale แบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ เพื่อให้ทำความเข้าใจได้ง่ายและครบถ้วนทุกรายละเอียดครับ ส่วนข้อมูลทางเทคนิคในหน้า Specification สเป็คนั้นจะเป็นการนำเสนอข้อมูลทางเทคนิคที่สำคัญ (เฉพาะรุ่น S เท่านั้น) และข้อแตกต่างประจำรุ่นต่างๆ อยู่ในบรรยายภาพในเพจนี้แล้วครับ



ภาพร่างบนกระดานออกแบบ ของ 1199 Panigale ท๊อปคลาสของ Superbike จากทีมออกแบบของ Ducati
ขึ้นแบบ 3D บนคอมพิวเตอร์ ส่วนของโครงสร้างหลักบนตัวรถและชิ้นส่วนหลัก
1199 Panigale S Tricolore: อุปกรณ์มาตรฐาน
- โทนสีลายธงชาติอิตาลี่ฉลองครอบ 150 ปี
- ระบบกันสะเทือนหน้า Ohlins รุ่น NIX30 ขนาดแกนช๊อก 43 มม. ปรับตั้งด้วยอิเลคทรอนิค, ปรับสปริง Manual
- ระบบกันสะเทือนหลัง Ohlins รุ่น TTX36 ปรับตั้งด้วยอิเลคทรอนิค, ปรับสปริง Manual
- ล้อหน้า-หลัง อลูมิเนี่ยมอัลลอยด์ Forge Machined ก้านแบบ Triple 3 ก้าน
- Advance ABS Mode, DDA+, DTC, DQS, EBC, Riding Modes
1199 Panigale S: อุปกรณ์มาตรฐาน
- ระบบกันสะเทือนหน้า Ohlins รุ่น NIX30 ขนาดแกนช๊อก 43 มม. ปรับตั้งด้วยอิเลคทรอนิค, ปรับสปริง Manual
- ระบบกันสะเทือนหลัง Ohlins รุ่น TTX36 ปรับตั้งด้วยอิเลคทรอนิค, ปรับสปริง Manual
- ล้อหน้า-หลัง อลูมิเนี่ยมอัลลอยด์ Forge Machined ก้านแบบ Triple 3 ก้าน
- DDA+, DTC, DQS, EBC, Riding Modes
1199 Panigale: อุปกรณ์มาตรฐาน
- ระบบกันสะเทือนหน้า Marzocchi ขนาดแกนช๊อก 50 มม.ปรับตั้งอิสระแบบ Manual
- ระบบกันสะเทือนหลัง Sachs ปรับตั้งอิสระแบบ Manual
- ล้อหน้า-หลัง อลูมิเนี่ยมอัลลอยด์ แบบ 10 ก้าน
- DDA+, DTC, DQS, EBC, Riding Modes
โครงสร้าง Monocoque ประสาน 3 ชิ้นส่วนหลักๆ ให้กลายป็นโครงหลักรวมตัวรถให้เป็น 1 เดียว คือชุดเมนเฟรมที่สร้างจากอลูมิเนี่ยมอัลลอยด์ฉีดขึ้นรูปไร้รอยต่อยึดกับแกนแผงคอ และส่วนท้ายยึดกับแกนแนวลูกสูบหลังและซับเฟรมท้าย กลายเป็นโครงสร้างหลักของตัวรถดังนั้น ทั้งโครงสร้างเฟรมหลักและเครื่องยนต์ของ Panigale ถูกออกแบบมาเพื่อกันและกัน ให้ความเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถโดยเฉพาะ
เครื่องยนต์ Superquadro ที่มีพละกำลังสูงจึงเป็นครั้งแรกที่ต้องมีการเปลี่ยนวัสดุสายพานราวลิ้นมาเป็นโซ่ขับราวลิ้นแทนเพื่อรับรอบการทำงาน แรงบิด และรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น
ระบบวาล์ว Desmodromic อันเลื่องชื่อของ Ducati ได้รับการปรับปรุงใหม่จนทำให้เครื่อง Superquadro เอาชนะข้อจำกัดสัดส่วนเชิงกลที่ใช้กันมาอย่างยาวนานได้สำเร็จ
เครื่องยนต์ Superquadro ยังคงเอกลักษณ์แบบ 2 สูบ L-Twin ใช้เพลาข้อเหวียงแบบร่วม ทำให้เรือนเครื่องยนต์แคบ ขณะที่ลูกสูบออกแบบใหม่หมดลูกสูบกว้างอัตราช่วงชัก (โอเวอร์สแควร์) แต่ด้วยการลดน้ำหนักและออกแบบฝาสูบใหม่ๆพร้อมหัวฉีด 2 หัวต่อสูบทำให้เครื่องยนต์ทำลายกำแพงกฏกำลังสแควร์โฟร์ว สามารถสร้างแรงบิดได้ถึง 13.5 กก./ม. และปั่นแรงม้่าได้ถึง 195 แรงม้า
ระบบเกียร์ใหม่หมดจดแข็งแรงทนทานพร้อมรับแรงม้า 195 ที่จะส่งผ่านไปยังล้อหลังได้ ขณะที่ชุดคลัชต์มีสถานะเป็น Slipper คลัตช์จากโรงงานตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ
ระบบปั๊มน้ำระบายความร้อนขนาดใหญ่ ตัดปัญหาระบายความร้อนไม่ทัน โดยเฉพาะการใช้งานรอบสูงเช่นการขับขี่ในสนาม
ชุดฝาสูบได้รับการออกแบบท่อทางเดินไอดีใหม่ทั้งหมดรับกับหัวฉีดอิเลคทรอนิค 2 หัวต่อ 1 สูบ เพื่อจ่ายไอดีให้ม้าทั้ง 195 ตัวในโหมด Race ได้เต็มพิกัดโดยไม่มีสะดุด
ลิ้นปีกผีเสื้อที่ควบคุมด้วยระบบอิเลคทรอนิกทำงานเปิดปิดแต่ละระดับตามคำสั่งของชุด ECU ผ่านระบบ Ride by Wire ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกให้เหมาะสมได้ผ่านโหมดการขับขี่ 3 โหมดที่ถูกตั้งโปรแกรมล่วงหน้ามาแล้วจากโรงงาน
ไฟหน้า ไฟบอกตำแหน่งรถ เป็น Full LED ทั้งชุดนอกจากให้แสงสว่างคมชัดแล้ว ยังทำให้โคมไฟหน้าทั้งชุดมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิม
หน้าจอแสดงผลแบบ TFT แสดงสีจริง 16.7 ล้านสีพัฒนาต่อเป็นรุ่นที่ จาก Ducati Diavel การออกแบบหน้าจอแบบใหม่นี้ช่วยให้การเซ็ทอัพโหมดการขับขี่ และการอ่านค่าต่างๆ จากตัวรถเป็นไปด้วยความรวดเร็ว หน้าจอถูกออกแบบ User Interface เ้น้นการแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อสถานะการณ์และโหมดที่ใช้งาน ในภาพนี้ยังแสดงกลไกชุดปรับแต่งแรงต้านการยุบตัวและคืนตัวของช๊อกอัีพหน้าจากระบบ DES ซึ่งสั่งการผ่าน Riding Mode ที่ผู้ขับขี่เลือกไว้
ไฟท้ายแบบ Full LED ติดตั้งบนปลายช่องแอร์โฟลด้านท้าย
จากการปรับองศาแนวลูกสูบเอียงไปทางด้านหลังอีก 6 องศา ทำให้สามารถวางใช้องศาความชันของแกนตะเกียบหน้าที่ 24.5 องศา ได้ระยะเทลที่ 100 มม, มีเสถียรภาพในการควบคุมรถมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม ระบบเบรกหน้าทุกเวอร์ชั่น ยังคงวางใจ Brembo แบบ Monobloc แบบ 4 ลูกสูบ จานดิสก์ขนาด 330 มม พร้อมระบบ ABS ให้เลือกเป็นออพชั่น (ยกเว้น S Tricolore)
ระบบเบรกหลัง เป็นดิสก์เบรกขนาด 240 มม.แม่ปั๊มเบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ การส่งผ่านกำลังแรงขับจะผ่านการกำหนดของ DTC โดยโหมด Wet Riding Mode จะเปิดระบบ DTC มากที่สุดและน้อยที่ในโหมด Race Riding Moded ในภาพจะเห็นปลายท่อไอเสียที่ออกแบบทางเดินใหม่เพื่อให้ส่วนที่มีน้ำหนักอยู่ใกล้ศูนย์ถ่วงของรถมากที่สุด
การใช้โมโนค๊อกโดยใช้เครื่องยนต์เป็นแกนกลาง รวมถึงชุดช๊อกอัพหลังที่ยึดกับเครื่องยนต์เช่นกัน ในภาพนี้เป็นช๊อกอัพสำหรับเวอร์ชั่น S และ S Tricolore
ช่องอากาศด้านท้ายออกแบบมาสัมพันกับหลักแอโร่ไดนามิก รับอากาศที่ไหลผ่านตัวผู้ขับขี่ผ่อนช่องด้านทายรถเพื่อลดแรงดึงของกระแสลมกรดด้านท้าย
เกี่ยวกับการขับชี่ 1199 Panigale ได้ปฏิวัติการแฮนด์ลิงค์หรือการควบคุมรถแบบสปอร์ตใหม่หลายๆจุดชั่น ช่วงแฮนด์กว้างขึ้น แนวแฮนดืสูงขึ้น ซึ่งทำให้การขับขี่สบายขึ้นแม้ว่าจะเป็นรถสปอร์ตก็ตาม

เริ่มต้นจาก "ผ้าใบที่ว่างเปล่ารอรับงานศิลป์จากมือศิลปิน"
เป้าหมายหลักเบื้องต้นทีมพัฒนาต้องการรถที่มีแรงม้าเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25 ตัวและน้ำหนักที่เบาลงอีก 10 กก. และโดยพื้นฐานแล้วไม่สามารถที่จะใช้วิธีพัฒนาจากรุ่นเดิมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ ดังนั้นทางเดียวคือทิ้งข้อจำกัดเดิม แล้วเริ่มคิดใหม่จาก "ศูนย์" เสมือนผ้าใบสีขาวบริสุทธที่วางรอศิลปินมาแต่งเติมสิ่งต่างๆลงไป

ชื่อเรียกขาน Panigale กับ Superbike 1199
ตามธรรมเนียมปฏิบัติเราจะใช้ชื่อรุ่นเป็นตัวเลขตามความจุกระบอกสูบ เพื่อให้มันเป็นเหมือนรหัสประวัติศาสตร์ของรถในโมเดลนั้น แต่เพื่อให้ 1199 มีความหมายถึงการปฏิวัตินวัตกรรมอีกครั้งหนึ่งของ Ducati ชื่อ "Panigale" (พานิกาเล่) จึงถูกนำมาเป็นนามเรียกขานสำหรับ 1199 เพื่อให้ความสำคัญกับประวัติอันยาวนานของโรงงาน Ducati ที่ Borgo Panigale ในเมือง Bologna ซึ่งเปรียบเสมือน "Motor Valley" ย่านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีชื่อมายาวนานในอิตาลี่ เช่นเดียวกับวงการไอที ที่มี Silicon Vallery เช่นกัน

Unmistakably Ducati
ทุกรายละเอียดใน 1199 Panigale เป็นการสานต่อประวัติศาสตร์อันยาวนานคู่กับกลิ่นไอของอารมณ์จากการแข่งขัน ยังคงสืบทอดความเป็น Ducati ทั้งเทคโนโลยี่ล่าสุด ความเป็นเลิศทางวิศวกรรมที่ถูกปรุงแต่งลงไปแต่ยังคงความเรียบง่ายในองค์ประกอบ ความลงตัวในแบบอิตาเลี่ยนดีไซน์ ความความประทับใจสไตล์รถแข่ง และที่สำคัญจะต้องเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของสินค้าที่ประทับตรา Mand in Italy ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

The most extreme benchmark
สำหรับ Ducati แล้ว 1199 Panigale ต้องเป็นซูเปอร์ไบค์สายพันธุ์ใหม่ที่ฝ่าข้อจำกัดในการออกแบบและวิศวกรรมของรถจักรยานยนต์ และเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถ"สปอร์ตไบค์" ของ Ducati ต่อไปทั้งในวันนี้และอนาคต มันจะต้องเป็นรถมีสมรรถนะสูงเช่นเดียวกับรถแข่งใน World Superbike แต่ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสัมผัสได้อย่างที่เขาต้องการ

หัวใจของรถเริ่มต้นเครื่องยนต์ Superquadro
ใน 1199 Panigale เครื่องยนต์เป็นหัวใจสำคัญที่ถูกนำขึ้นมาประมวลความคิดเป็นอันดับแรก ชื่อ Superquadro ของเครื่องยนต์ลูกใหม่นี้ เกิดขึ้นด้วยการรื้อกฏการออกแบบอัตราส่วนระหว่างความกว้างลูกสูบและช่วงชักใหม่ ขนาดลูกสูบกว้าง 112 มม. และช่วงชัก 60.8 มม. ซึ่งโดยปกติแล้วขนาดกระบอกสูบที่กว้างมากจะให้แรงบิดต่ำและให้แรงม้าในรอบสูง แต่การออกแบบองค์ประกอบฝาสูบทำให้สามารถปั่นแรงม้าได้ถึง 195 แรงม้าด้วยรอบเครื่องยนต์เพียง 10,750 รอบ/นาที ขณะที่สัดส่วนแรงบิดทำได้ที่ 13.5 กก./ม. ด้วยรอบเพียง 9,000 รอบ ทำให้ เครื่องยนต์ Superquadro ได้แรงม้าและแรงบิดสูงที่สุดในรถสปอร์ตคลาสเดียวกัน นอจากความแรงและพลังแรงบิดมหาศาลแล้ว ความทนทานของเครื่องยังคงถูกเพิ่มเติมเข้าไปด้วยระยะการเข้ารับการบริการยืดออกไปถึง 24,000 กม.

ระบบวาล์ว Desmo พร้อมโซ่ขับราวลิ้นใหม่ เครื่องยนต์ Superquadro คือเครื่องยนต์รุ่นล่าสุดของดูคาติ เป็นเครื่องยนต์ที่ออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย สามารถข้ามพ้นขีดจำกัดทางวิศกรรมหลาย ๆอย่าง กล่าวคือ เป็นเครื่องยนต์ที่แรงม้าและแรงบิดสูง (195hp และ to 98.1 lb-ft (13.5kgm) แต่ขับขี่ง่าย มีน้ำหนักเบา ระยะการบำรุงรักษา Desmo Service ยืดอายุไปถึง 24,000กิโลเมตร สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ดูคาติยังคงเหลือก็คือ รูปแบบเครื่องยนต์ 90° L-twin และระบบวาล์ว Desmodromic ที่ถูกออกแบบโดย Fabio Taglioni วิศวกรในตำนานของดูคาติ

ลิ้นปีกผีเสื้อสังการตรงจาก ECU ผ่านระบบ Ride by Wire 1199 Panigale ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบคันเร่งอิเลคทรอนิค โดยสายคันเร่งแบบดั้งเดิมจะควบคุมระดับการเปิดปิดลิ้นปีกผีเสื้อโดยตรงและกล่อง ECU จะอ่านระดับของลิ้นปีกผีเสื้อแล้วนำค่าที่ได้ไปประมวลผลหัวฉีดน้ำมันเชื้่อเพลิงกับการกำหนดองศาจุดระเบิด แต่ระบบ Ride by Wire สายคันเร่งจะถูกลิ้งค์ไปที่ชุด ECU แทนแล้วประมวลผลข้อมูลการทำงานจากเซ็นเซอร์ต่างๆมากำหนดระดับการเปิด-ปิดโดยเซอร์โวมอเตอร์แทน ซึ่งทำให้ระบบมีความแม่นยำกว่าการอ่านค่าจากลิ้นปีกผีเสื่อเดิม ขณะที่ชุดกลไกลิ้นปีกผีเสื้อถูกออกแบบให้เป็นหน้าตัดแบบวงรีตามแนวของวาล์วไอดีทั้ง 2 ตัวเพื่อลดการกระพือตัวและการสั่นขณะทำงานในรอบสูง

ไม่มีสะดุดด้วยชุดหัวฉีด 2 ตัวต่อสูบ การใช้ระบบ RbW ทำให้ตัดข้อจำกัดเรื่องรอยต่อในช่วงเปลี่ยนย่านกำลัง ซึ่งผู้ออกแบบเครื่องยนต์จะต้องเลือกจะให้ช่วงรอยต่อย่านกำลังไปอยู่ในจุดที่ถูกใช้งานน้อยที่สุด ซึ่งเป็นอุปสรรค์สำคัญที่สุดของรถที่มีรอบและแรงม้าสูง เครื่องยนต์ Superquadro จึงถูกออกแบบให้หัวฉีดอิเลคทรอนิค 2 หัวต่อ 1 สูบประมวลผลเป็นอิสระเพื่อให้ได้ไอดีที่เหมาะสมกับรอบการทำงานของเครื่องยนต์ทุกช่วงความเร็ว ตัดปัญหาเรื่องรอยต่อของย่านกำลังที่เกิดขึ้นในรถแรงม้าสูงๆ ทั่วไป

ระบบเกียร์พร้อม Slipper คลัตช์แบบใหม่ ระบบเกียร์ของ 1199 Panigale เป็นแบบ 6 สปีดมีการปรับปรุงสัดส่วนหน้าตัดใหญ่ขึ้นเพื่อให้แข็งแรงรองรับแรงม้าขนาด 195 แรงม้าได้อย่างเต็มที่ ส่วนระบบตัดต่อกำลังนับเป็นครั้งแรกที่คลาส Superbike ของ Ducati ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นครัชต์แบบเปียกที่ดีไซน์ใกล้เคียงกับ Ducait Multistrada และ Diavel โดยตัวระบบคลัชต์นั้นมีสถานะเป็น Slipper คลัชต์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ โดยตัวกลไกลในระบบคลัชต์จะใช้แรงขับจากเครื่องยนต์เป็นตัวกดแผ่นคลัชต์ด้วยอัตราก้าวหน้ายิ่งเครื่องมีแรงขับมากแผ่นคลัชต์ก็จะยิ่งจับแน่บสนิทมากขึ้นเท่ากัน และเมื่อแรงขับลดลง(ปิดคันเร่ง)ระบบจะลดแรงดันกับตัวแผ่นคลัชต์ ทำให้เกิดลักษณะ Slipper แบบเดียวกับรถแข่งสนามทั้งฟิลที่ตอบสนองที่ดีเมื่อต้องขับขี่ในลักษณะดุดันเชนเกียร์ลงอย่างรวดเร็ว ระบบคลัชต์ก็จะให้ความรู้สึกที่สะท้อนกลับมาจากล้อหลังเช่นเดิม แต่ได้ราบลื่นและมั่นคงเพิ่มขึ้น

เฟรม Monocoque ดีไซน์ใหม่หมดจดใช้เครื่องยนต์เป็นแกน
เรือนเครื่องยนต์นอกจากจะสร้างพลังให้กับ 1199 Panigale แล้วยังใช้เป็นโครงสร้างหลักยึุดอุปกรณ์หลักของรถไว้ด้วยกันโดยมีเครื่องยนต์เป็นศูนย์กลางไล่ตั้งแต่ส่วนหน้า ใช้เฟรมหลักแบบอลูมิเนี่ยม - ยึุดกับชุดฝาสูบหลังของครื่องยนต์ Superquadro - กล่องกรองอากาศ และเครื่องยนต์ยังเป็นจุดยึดแกนช๊อกอัพหลัง ทำให้เป้าหมายการลดน้ำหนักส่วนเกินออกไปได้จากตัวรถได้ถึง 5 กก. โดยเครื่องยนต์ยังเป็นศูนย์กลางในการยึดกับแกนสวิงอาร์มแบบซิงเกิลไซด์สวิงอาร์มอีกด้วย ดังนั้นทั้งเครื่องยนต์ และส่วนประกอบหลักทั้งหมดจึงถูกออกแบบเเพื่อทำงานด้วยกันเฉพาะรุ่นเท่านั้น

พื้นฐานการออกแบบเครื่องยนต์โดยใช้ตัวเรือนเครื่องยนต์เป็นจุดยึดของโครงรถ ซึ่งถูกคิดคำนวณอย่างดีทั้งในเรื่องของการจัดวางอุปกรณ์ การกระจายน้ำหนัก และความแข็งแรงของระบบ , การจัดวางเสื้อสูบนั้นยังคงอยู่ที่90° แต่ได้เปลี่ยนตำแหน่งเรือนเครื่องยนต์ให้เชิดขึ้น 6° เพือ่ให้องศาของสูบหน้านั้นอยู่ที่ 21° จากแนวระนาบ จากจุดนีทำให้ทางผู้ออกแบบสามารถกำหนดเรื่องการกระจายน้ำหนักของตัวรถได้ดีขึ้นโดยการย้ายเครื่องยนต์ไปข้างหน้าอีก 32มม. เรือนเครื่องยนต์ผลิตโดยวิธีการหล่อแบบ Vacural® technology เพื่อให้ได้น้ำหนักที่เบาที่สุด จึงได้ออกแบบให้ตัวเสื้อสูบเป็นชิ้นเดียวกันกับเรือนเครื่องยนต์เช่นเดียวกันกับ Desmosedici RR นอกจากนี้ยังยกเลิกการใช้ลูกปืนข้อเหวี่ยงแบบ Ball Bearing เพื่อเพิ่มขนาดของเพลาข้อเหวี่ยงให้ใหญ่ขึ้นโดยใช้ shell bearings แทน ระบบหล่อลื่นได้ใช้ปั๊มสูญญากาศแบบเดียวกับที่ใช้ในเครื่องยนต์แข่งขันรายการ MOTO GP ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนโดยแกนปั๊มน้ำมันเครื่องที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ และลดแรงด้านของลูกสูบในจังหวะที่เคลื่อนที่ลง และช่วยให้จังหวะการไหลของไอดีไอเสีียเป็นไปได้อย่างสะดวกด้วย

การกระจายน้ำหนักบนสมดุลของผู้ขับขี่
นอกจากน้ำหนักเบาแล้วสัดส่วนการกระจายน้ำหนักที่ล้อหน้า และล้อหลังยังมีความสำคัญต่อการควบคุมรถและกำหนดฟิลการขับขี่ของรถ ใน 1199 Panigale เมื่อไร้ผู้ขับขี่น้ำหนักที่ตกล้อหน้าจะเป็น 52% และ 48% ที่ล้อหลัง ขณะที่ 1198 จะอยู่ที่ 50/50% ซึ่งเมื่อรวมน้ำหนักของผู้ขับขี่แล้วสัดส่วนจะกลับมาสมดุลตามอุดมคติเดิมคือ 50/50% ช่วยให้มั่นใจได้ว่าตัวรถจะได้สมดุลที่สุดตลอดเวลาในการขับขี่

ท่อไอเสียปรับแนวทางมุดลงใต้แคร็งค์
ในรุ่นเดิมนั้นจัดวางท่อไปเสียไว้ใต้เบาะผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย แต่ใน 1199 Panigale ได้ปรับส่วนท่อทางเดินไอเสียให้อยู่ชิดตัวเรือนเครื่องยนต์มากที่สุดและย้ายส่วนที่หนักที่สุดของท่อไอเสียไปไว้ด้านล่างใต้แคร็งค์เครื่องยนต์

ปรับปรุงตำแหน่งการขับขี่ใหม่
ตำแหน่งการขับขี่ใหม่ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมเริ่มจากเบาะนั่งสูง 825 มม. ระยะแฮนด์เดิ้ลบาร์กับเบาะนั่งหดสั้นลงกว่าเดิม 30 มม. และยกสูงขึ้นจากเดิม 10 มม. ส่วนความกว้างของแฮนด์ 32 มม. (ระยะรวม) เมื่อเทียบกับ 1198 บริเวณช่วงถังน้ำมันช่วงขาของผู้ขับขี่ปรับมุมโค้งและเส้นสายให้รับกับตำแหน่งการขับขี่ทั้งทางตรงและการพลิกพลิ้วในโค้ง

เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกแพ็คเก็ต
หัวใจสำคัญในการประสานการทำงานแต่ละส่วน หรือระหว่างตัวรถกับผู้ขับขี่ คือระบบอิเลคทรอนิกซึ่งเปรียบได้กับระบบประสาทสังการอวัยวะให้ทำงาน 1199 Panigale มีระบบอิเลคทรอนิกที่เป็นเทคโนโลยี่จากสนามแข่งล่าสุดเพิ่มเติมเข้าไปดังนี้

1. ระบบ DDA+
(Ducati Data Analyzer)
ระบบบันทึกข้อมูลการขับขี่ ช่วยให้ผู้ขับขี่ศึกษาการทำงานของรถ เวลาต่อรอบ ความเร็วและข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถอื่นๆได้ โดยในชุดอุปกรณ์ DDA+ จะมี GPS ประสิทธิภาพสูงที่ช่วยให้ผู้ขัีบขี่สามารถเปรียบเทียบไลน์การวิ่ง เวลาต่อรอบ ความรู้แต่ละส่วนของโค้งได้ผ่านหน้าจอแสดงผลหรือ ผ่านทางอุปกรณ์เรียกดูข้อมูล(*ออพชั่นเสริม) DDA+ จะติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานบนรุ่น Tricolore ส่วน 1199 Panigale และ 1199 Panigale S จะเป็นอุปกรณ์เสริมจาก Ducati Performance

2. ระบบ ABS
(Anit-lock Brake System) สำหรับป้องกันล้อล๊อกตายขณะใช้เบรก ซึ่งระบบ ABS ของ 1199 Panigale เป็น Advance ABS โดยตัวระบบจะเน้นการทำงานที่ล้อหน้าหลักเพื่อลดอาการท้ายกระดกเมื่อเบรกอย่างรุนแรงก่อนเข้าโค้ง โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกการทำงานได้ผ่านโหมดการขับขี่ทั้ง 3 โหมด

1199 Panigale ใหม่ได้เสริมประสิทธิภาพของระบบเบรกโดยเพิ่มระบบ ABS แบบสปอร์ต เข้าไปในโหมดการขับขี่ทั้ง 3 โหมด ใช้โปรเซสเซอร์ชุดควบคุมล่าสุดจาก Bosch รุ่น 9ME โดยเฉพาะล้อหน้าเท่านั้นที่จะเป็นABS เมื่ออยู่ใน Race Mode เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถ Driftขณะที่กำลังจะเข้าโค้งได้ นอกจากนี้แล้วระบบ ABS ยังตรวจสอบการยกตัวของล้อหลังขณะใช้เบรกหน้าในโหมดSport และจะดียิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่โหมด Wet Riding หรือการขับขี่ถนนเปียกหรือฝนตกเพื่อช่วยรักษาสภาพการทรงตัวของรถ ทั้งหมดนี้ถือว่าระบบเบรคABSของ1199 Panigaleนั้นจะแทบจะไม่ให้ความรู้สึกของผู้ขับขี่ว่าใช้เบรคABSอยู่ เนื่องจากอาการสะท้านที่ก้านเบรกขณะABSทำงานนั้นมีน้อยมาก ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่สามารถเบรคได้ลึกเท่าที่อยากจะทำโดยยังคงควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวขณะเบรคได้ในระดับดีเลิศ และผู้ขับขี่สามารถปิดหรือเปิดการทำงานของระบบได้จากหน้าจอแสดงผลที่เรือนไมล์ ระบบ Advance ABS เป็นระบบมาตรฐานติดรถในรุ่น 1199 Panigale Tricolore และเป็นออพชั่นทางเลือกสำหรับรุ่น 1199 Panigale และ 1199 Panigale S

ชุดปั๊มบรกหน้าให้ประสิทธิภาพสูงสุดโดย Ducait เลือกใช้ Brembo แบบ Monobloc หล่อขึ้นรูปตัวเรือนปั๊มเป็นชิ้นเดียวจากอัลลอยด์ โดยpanigale เลือกใช้คาลิปเปอร์รุ่นล่าสุดจากเบรมโบ้ Monobloc M50 ขนาดเล็กแบบ 4 ลูกสูบต่อชุดขนาดลูกสูบ 30 มม. กระทัดรัดและน้ำหนักเบาลง 0.5 กก.ทำงานร่วมกับจานดิสก์ขนาด 330 มม. ให้สัมประสิทธิการเบรกที่ดีเยี่ยมขณะที่ให้ความรู้สึก"คม" และ "แม่นยำ"

3 .ระบบ DTC
(Ducati Traction Control)
ระบบที่ช่วยป้องกันกำลังขับส่วนเกินที่ทำให้ล้อหมูนฟรีจนเสียการควบคุมขณะใช้อัตราเร่ง โดย DTC นี้จะปรับการทำงานสูงสุดเมื่อผู้ขับขี่อยู่ในโหมด Wet Riding หรือขับขี่ในสนามผิวถนนที่เปียก

4. ระบบ DES
(Ducati Electronic Suspension)
เป็นครั้งแรกที่มีการนำเทคโนโลยี่ระบบโหมดการขับขี่มาใช้กับ Superbike โดยรุ่น 1199 Panigale S และรุ่น Tricolore จะติดตั้งระบบ DES (Ducati Electronic Suspension)มาทั้งชุดกันสะเทือนหน้าและหลังพร้อมระบบควบคุมของ Ohlins ชุดกันสะเทือนหน้าใช้ แกนช๊อกอัพขนาด 43 มม.รุ่น NIX30 ปรับเซ็ทอัตรายุบตัว-อัตรายืดตัวด้วยอิเลคทรอนิคทั้งหมด ส่วนการปรับความแข็งของสปริงจะเป็นแบบแมนน่วล ส่วนแฮนด์ได้ติดตั้งกันสะบัดของ Ohlins เช่นกัน

ส่วนระบบกันสะเทือนหลังใช้กระบอกช๊อกของ Ohline รุ่น TTX36 พร้อมฟีเจอร์ twin tube technology สามารถแยกห้องการปรับตั้งอัตรายุบตัวและอัตราหน่วงการคืนตัวออกจากกันเพื่อลดผลกระทบกับการเกิดฟองอากาศในระบบในขณะทำงานหนักต่อเนืองกัน สามารถปรับอัตรายุบตัวและคืนตัวได้จากระบบอิเลคทรอนิคในโหมดการขับขี่เช่นเดียวกับระบบกันสะเทือนหน้า และที่เหนือกว่านั้นคือยังสามารถเลือกปรับตั้งได้ทั้งแบบ pre-set Riding Modes ที่ถูกพัฒนาโดยนักแข่งและนักทดสอบรถของดูคาติ หรือจะเลือกเป็น independent mode ที่ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งให้เข้ากับสไตล์การขี่ของตนเองได้ตามใจชอบ

ส่วนเวอร์ชั่น 1199 Panigale ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับของ Marzocchi ขนาด 50 มม.และสุดยอดด้วยการออกแบบแกนช๊อกอัพให้มีแรงเสียดทานต่ำโดยเป็นอลูมิเนียมเคลือบ ฮาร์ด-อาโนได๊ซ์ที่ถูกพิสูจน์แล้วด้วยการทดสอบอย่างหนักหน่วงในสภาวะการขับขี่แบบออฟโรดโดย Marzocchi แกนช็อคอัพหน้าแบบใหม่นี้ได้ใช้ระบบ "a pressurised damping system" ซึ่งจะทำให้สามารถลดปริมาตรน้ำมันในแกนช็อคอัพซึ่งในขณะเดียวกันก็คือลดน้ำหนักลงไปในตัว โดยสามารถลดน้ำหนักไปได้ถึง 1กิโลกรัมเลยทีเดียว ตัวช๊อคอัพปรับตั้งได้อิสระทั้งสปริงพรีโหลด - อัตราหน่วงการยุบตัวและอัตราหน่วงการคืนตัวอิสระแบบเมนวล ส่วนระบบกันสะเทือนหลังเป็นของ Sachs ปรับตั้งได้อิสระเช่นกัน

ในภาพรวมการออกแบบ 1199 พานิกาเล่ ทุกเวอร์ชั่นระบบช๊อกอัพหน้าออกแบบสไตล์ World Superbike บังคับการไหลของอากาศไปยังดิสก์เบรกหน้าเพือช่วยระบายความร้อนให้กับระบบเบรกระหว่างการใช้งาน ส่วนระบบกันสะเทือนหลังออกแบบให้กระชับใช้พื้นที่น้อยที่สุดเพื่อสงวนพื้นช่องว่างด้านหลังให้มากขึ้นรับกับการปรับมุมชุดลูกสูบหลังที่ปรับมุมเอียงมาด้านหลังเพิ่มขึ้น กระบอกช๊อกอัพหลังถูกว่างไว้ด้านขวา เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการปรับแต่ง ชุดกระเดื่องทดแรงเป็นแบบตายตัว ใช้อัตราทดแบบคงที่สำหรับการใช้งานในแทร็ค ส่วนบนถนนและเมื่อมีผู้ซ้อนท้ายใช้อัตราทดแบบโปรเกรซสีฟ

5. ระบบ DQS
(Ducati Quick-Shift)
ระบบที่สนับสนุนการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องใช้คลัชต์เมื่ออัพเกียร์ เพื่อให้การถ่ายทอดกำลังเป็นไปอย่างต่อเนื่องในสไตล์รถแข่งโดยไม่ต้องยกคันเร่ง กำคลัชต์เปลี่ยนเกียร์แบบการขับขี่ปกติ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ลดเวลาต่อรอบได้ผลที่สุดระบบหนึ่งโดยไม่ต้องไปปรับแต่งเครื่องยนต์ใดๆเพิ่มเติมเมื่อเปรียบเทียบกัน ตัวระบบ DQS นี้เป็นการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น 1198 SP และเป็นครั้งแรกที่มีการนำระบบนี้ข้ามาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรถโปรดักชั่นทั่วไปของ Ducati โดยตัวระบบที่ใช้กับ 1199 Panigale นั้นได้รับการออกแบบให้กระทัดรัดกว่าระบบเดิม

6. ระบบ EBC
(Ducati's new race-derived Engine Brake Control)
ระบบ EBC พัฒาขึ้นจากทีมออกแบบของ Ducati Corse ช่วยให้นักขี่ควบคุมรถได้อย่างมีสเถียรภาพขณะเข้าโค้งหนักๆเชนเดียวกับการแข่งขัน MotoGP หรือ World Superbike ทั้งแรงบิดแบบแรงขับ (Positive Forces) และแรงบิดที่เป็น Engine Brake เพื่อให้เหมาะสมกับการยึดเกาะถนนของยาง โดยระบบ EBC จะค่อยจับระดับค่าการเปิดหรือปิดคันเร่งแบบ Ride by Wide ระบบ EBC มี 3 ระดับการทำงานซึ่งจะทำงานเป็นส่วนหนึ่งของโหมดการขับขี่ที่ผู้ขับขี่เลือกไว้

7. ระบบ RbW
(Ride-by-Wire)
ระบบควบคุมลิ้นปีกผีเสื้ออัตโนมัติตามการวิเคราะห์สภาพการขับขี่ของ ECU โดยหลักการทำงานจะไม่มีสายคันเร่งมาควบคุมลิ้นปีกผีเสื้อแบบเดิม แต่จะถูกต่อเข้ากับชุด RbW แปลงระดับบคันเร่งของผู้ขับขี่เป็นสัญญานไฟฟ้า ส่งค่าที่ได้ไปยังชุดประมวลผล ECU วิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับข้อมูลจากระบบอื่นๆก่อนที่จะสั่งการให้เซอร์โวมอเตอร์ไปปรับองศาของลิ้นปีกผีเสื้ออีกที จึงทำให้การของเครื่องยนต์เป็นไปด้วยความรวดเร็วตอบสนองฉับไวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

8. หน้าจอแสดงผลแบบ TFT
เป็นส่วนหนึ่งระบบที่สนับสนุนข้อมูลช่วยเหลือผู้ขับขี่ผ่านหน้าจอแสดงผลแบบสีจริง (16.7 ล้านสี) โดยจะปรับเปลี่ยนข้อมุลและโทนสี่ที่สแดงไปตามสภาพแวดล้อมขณะขับขี่ และโหมดที่ผู้ขับขี่เลือกเป็นหลัก ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้เวลารับรู้ข้อมูลและปรับแต่งการทำงานต่างๆ ได้รวดเร็วกว่าจอโมโนโครมแบบเดิมโดยระบบจอ TFT นี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกกับรถ Ducati Diavel และเป็นครั้งแรกสำหรับโปรดักชั่นทั่วไปของ Ducati

Ducati Riding Modes 3 อารมณ์เลือกได้
ระบบคันเร่งไฟฟ้าที่นำเสนอรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างออกไปโดยเฉพาะในส่วนของการปรับเปลี่ยนสมรรถนะของเครื่องยนต์ซึ่งใน รุ่น"S"สามารถที่จะควบคุมในส่วนของระบบช่วงล่างด้วยระบบอิเล็คทรอนิคส์ที่พัฒนาโดย Ohlins , ระบบ Ducati Traction Control system (DTC) สามารถปรับตั้งได้ 8ระดับเพื่อควบคุมการสไลด์ของล้อหน้าและล้อหลัง ระบบเบรคABS ที่สามารถป้องกันล้อล็อคได้ในระดับเหนือชั้นจากการควบคุมของโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด EBC ( Engine Brake Control ) จะตรวจจับการหมุนของเพลาข้อเหวี่ยงในกรณีที่ลดความเร็วด้วยการเบรคอย่างหนักหน่วงเพื่อที่จะสั่งให้คันเร่งไฟฟ้าเปิดลิ้นปีกผีเสื้อในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อให้ตัวรถเกาะถนนมากที่สุด โดยแบ่งโหมดการขับขี่เป็นสามรูปแบบดังนี้

#1 Race Riding Mode เป็นโหมดที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในสนามแข่ง โดยจะเป็นการปลดปล่อยพละกำลังระดับ 195แรงม้า ซึ่งคันเร่งไฟฟ้าถูกปรับให้เป็นแบบตอบสนองโดยตรง ระบบDTCจะถูกปรับให้ล้อสามารถสไลด์ได้มากที่สุด ระบบEBCก็เช่นเดียวกันที่จะทำงานให้เหมาะสมกับการใช้งานในสนามแข่ง ระบบเบรค ABS จะทำงานเฉพาะล้อหน้าอย่างเดียวขณะเดียวกันก็จะควบคุมอาการล้อหลังลอยให้น้อยที่สุด แผงหน้าปัทม์เองก็จะปรับการทำงานให้เหมาะสมกับการขี่ในสนามแข่งเช่นเดียวกัน

#2 Sport Riding Mode สปอร์ตโหมด เป็นโหมดสำหรับการขับขี่บนถนนหรือสนามแข่งสำหรับผู้เริ่มต้น โดยเน้นการนำแรงม้า 195 แรงม้าออกมาใช้อย่างนุ่มนวลจากการควบคุมของคันเร่งไฟฟ้า เหมือนโหมด Race โดยในเวอร์ชั่น S ระบบกันสะเทือนจะถูกปรับให้เหมาะสมกับการขับขี่และป้องกันการไสลด์ของล้อต้องการเพิ่มระดับของ DTC มากว่าโหมด Race ขณะที่ระบบ ABS และ EBC จะทำงานร่วมกันช่วยป้องกันอาการล้อหลังยกจากพื้นขณะใช้เบรกอย่างรุนแรง

#3 Wet Riding Mode ในโหมดนี้จะเน้นความปลอดภัยเป็นหลักด้วยการลดแรงม้าเหลือ 120 แรงม้า เครื่องยนต์จะตอบสนองอย่างนุ่มนวลจากควบคุมของคันเร่งไฟฟ้าเหมือนสปอร์ตโหมด ขณะที่ระบบ DTCไปที่ระดับสูงสุด, ระบบEBCเองก็ถูกปรับให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน, DQSจะถูกยกเลิก และ ABS จะทำงานเต็มที่เพื่อให้ได้ความปลอดภัยสูงสุดในสภาวะฝนตก สำหรับเวอร์ชั่น S ระบบ DES จะปรับเซ็ทช๊อกอัพให้รับมือกับเส้นทางที่เปียกลื่นหรือการยึดเกาะถนนต่ำ

1199 Panigale จะวางจำหน่ายในรูปแบบ standard ที่เลือกได้ว่าจะติดตั้ง ระบบ ABSมาจากโรงงานหรือไม่ โดยจะใช้ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอลูมิเนียมน้ำหนักเบาพิเศษจาก Marzocchi ส่วนระบบช่วงล่างด้านหลัง SACHSเป็นผู้รับผิดชอบรวมไปถึงตัวกันสะบัดด้วย ระบบอิเล็คทรอนิคส์จะมี DTC, DQS, EBC และ RbW พร้อมโหมดการขับขี่สามรูปแบบ 1199 Panigale S จะวางจำหน่ายในรูปแบบที่เลือกได้ว่าจะติดตั้ง ระบบ ABS มาจากโรงงานหรือไม่ โดยจะใช้ระบบช่วงล่างทั้งหมดจะรับผิดชอบโดย Ohlins รวมไปถึงตัวกันสะบัดด้วย พิเศษกว่าด้วยล้อ Forged Aluminium จาก Marchesini นอกจากนี้ รุ่น S จะได้รับบังโคลนหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ และชุด Aero Kit ที่จะติดตั้งบริเวณแฟริ่งด้านหน้าเพื่อทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศของตัวรถดีขึ้น ระบบอิเล็คทรอนิคส์จะมี DES , DTC, DQS, EBC และ RbW พร้อมโหมดการขับขี่สามรูปแบบ สุดท้ายคือตัวท็อป 1199 Panigale S "Tricolore" ที่จะมาในโทนสีสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลี่ ตัวรถจะคาดสีแดง ,ขาว และเขียว อุปกรณ์บนตัวรถจะเหมือนกับตัว S แต่จะได้ชุดคิท DDA+ พร้อมระบบ GPS Lap Timer และชุดปลายท่อไอเสียไททาเนี่ยม จาก Ducati Performance อีกด้วย

ก็จบเไปรียบร้อยครับ สำหรับการนำเสนอตัวรถ 1199 Panigale ว่าได้พัฒนาอะไรไปบ้าง ทีมงาน Ducati Thailand หวังว่าแฟนๆชาว Desmo ทุกท่านคงถูกใจนะครับ หากสนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมท่านสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการ Ducati ใกล้บ้านท่าน แล้วพบกันใหม่ในรุ่นอื่นๆถัดไปครับ ข้อมุลในเว็บไซต์เพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่ => "1199 Panigale" แล้วพบกันใหม่ในรุ่นถัดไปครับ

1199 Panigale Specification

ข้อมูลเพิ่มเติม * 1199 Panigale Website
เครื่องยนต์ Superquadro : L-Twin 2 สูบ , 4 วาล์ว/สูบ ระบบขับวาล์วแบบ Desmodromic ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ความจุกระบอกสูบรวม 1198 cc.
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 112 x 68.0 mm.
อัตราส่วนกำลัีงอัด 12.5 ต่อ 1
แรงม้า (วัตต์/ HP) 143 กิโลวัตต์ / 195 แรงม้า ที่ 10,750 rpm.
แรงบิด 13.5 กก./ม. ที่ 9,000 rpm.
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเลคทรอนิกส์ Mitsubishi electronic 2 หัวฉีดต่อ 1 ลูกสูบ
ควบคุมลิ้นปีกผีเสื้อแบบ Ride by Wide
ท่อไอเสีย ทางเดินไอเสียสเตนเลส แบบ 2-1-2 ปลายท่ออลูมิเนี่ยม พร้อมระบบกรองไอเสีย
มาตราฐานไอเสีย EURO 3
เกียร์ 6 ระดับ
อัตราทดเกียร์ 1=37/15
2=30/16
3=27/18
4=25/20
5=24/22
6=23/24
อัตราทดขั้นต้น 1.77 ต่อ 1
อัตราทดขั้นสุดท้าย สเตอร์หน้า 15/ หลัง 39
ระบบขับล้อ โซ่ ขนาด 525
ครัชต์ แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ควบคุมด้วย hydraulic พร้อมชุด Slipper และ Self Servo
เฟรมหลัก สเปซเฟรมอลูมิเนี่ยม แบบหล่อขึ้นรูป Monocoque
ระยะฐานล้อ 1,437 mm.
มุมแรค / ระยะเทรล 24.5° / 100 mm.
มุม หักเลี้ยวด้านละ 27°
ระบบกันสะเทือนหน้า Öhlins รุ่น NIX30 ขนาด 43mm ระยะยุบตัว 120 mm. ปรับตั้งด้วยอิเลคทรอนิค ยกเว้นความแข็งสปริง ปรับตั้งแบบ Manual
ระบบกันสะเทือนหลัง Öhlins รุ่น TTX36 ปรับตั้งด้วยอิเลคทรอนิค
ยกเว้นความแข็งสปริง ปรับตั้งแบบ Manual
สวิงอาร์มแบบ ซิงเกิ้ลไซด์ สวิงอาร์ม ระยะยุบตัว 130 mm.
ล้อหน้า 3-spoke forged light alloy 3.50" x 17"
ยางหน้า 120/70 ZR17 Pirelli Diablo Supercorsa SP
ล้อหลัง 3 spoke forged light alloy 6.00" x 17"
ยางหลัง 200/55 ZR17 Pirelli Diablo Supercorsa SP
ระบบเบรกหน้า ทวินดิสก์ขนาด 330 mm แม่ปั๊ม 4 ลูกสูบ Brembo Monobloc ( เรเดียล-เมาท์ )
ระบบเบรกหลัง ซิงเกิ้ลดิสก์ขนาด 245 mm แม่ปั๊ม 2 ลูกสูบ
ยาว x สูง 2,075 mm x 1,100 mm
เบาะนั่งสูง 825 mm.
ความจุถังน้ำมัน 17 Lite
น้ำหนักเปล่า 164 kg. ( ไม่รวมแบ็ตเตอร์รี่และของเหลวภายในเครื่องยนต์)
166.5 Kg. เมื่อติดตั้งระบบเบรก ABS (*Option)
อิเลคทรอนิค มาตรฐาน DDA+ = Ducati Data Analyzer
DTC = Ducati Traction Control
DES = Ducati Electronic Suspension (DES)
DQS = Ducati Quick-Shift
EBC = Engine Brake Control
RbW = Ride-by-Wire
TFT =Thin Film Transisto, Electronic rider assistance. Even the full colour

Pre-Owned Bikes